ดีเอสไอหอบสำนวนกว่า 1 แสนแผ่นส่งอัยการฟ้อง“แม่มณี” จ่อลุยจับล็อต 2 อีกนับร้อย

ใช้เวลาอ่าน: < 1 นาที

MGR online – “ดีเอสไอ”หอบสำนวน 47 ลัง กว่า 1 แสนแผ่น ส่งอัยการพิจารณาฟ้อง”แม่มณี”กับพวกรวม 10 ราย ใน 3 ข้อหา เตรียมลุยจับดำเนินคดีชุด 2 กว่า 100 รายเป็นแม่ทีม-แม่ข่าย สรุปความเสียหายกว่า 1,300 ล้าน ติดตามคืนได้เพียง 50 ล้าน ส่วนดาราที่รับรวิวสินค้ายังไม่พบมีส่วนร่วมกระทำผิด

วันนี้ (8 ม.ค.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้นำสำนวนคดีแชร์ “แม่มณี” พร้อมความเห็นสมควรฟ้อง น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี หรือ เดียร์ อายุ 30 ปี เน็ตไอดอลชื่อดัง กับพวกรวม 10 ราย ในความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน (ยกเว้นผู้ต้องหาที่ 6-10 ฟ้องเฉพาะ 2 ข้อหาแรก) มาส่งมอบให้ นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง

นายปิยะศิริ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ดีเอสไอสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนมาก ได้สรุปสำนวนคดีพร้อมความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก คือ น.ส.วันทนีย์ หรือ แม่มณี กับบุคคลใกล้ชิดรวม 10 ราย โดย น.ส.วันทนีย์ กับพวกรวม 8 ราย ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายได้ประกันตัว ขณะนี้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ นายปิยะศิริยืนยันว่า ยังมีผู้ต้องหาชุดที่สอง ซึ่งอธิบดีดีเอสไอได้อนุมัติให้ดำเนินคดีต่อเนื่องด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นแม่ทีม หรือ แม่สายของแชร์แม่มณี คาดว่า จะมีจำนวนถึงหลักร้อยราย แต่เราต้องแยกสำนวนการสอบสวน เพราะว่าจะต้องสอบสวนให้ได้ความชัดเจน จะใช้เพียงการกล่าวอ้างว่าบุคคลนั้นบุคคลนี้เป็นแม่ทีมแม่ข่ายนั้นไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงินด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดจริง ก่อนจะสรุปสำนวนคดีให้พนักงานอัยการด้วยเช่นกัน คาดว่า ไม่น่าจะเกินเดือน เม.ย.นี้ ก็จะมีความชัดเจน สำหรับประเด็นมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ที่ 1,300-1,500 ล้านบาท เราสามารถติดตามทรัพย์สินคืนในส่วนแรกได้เพียง 50 กว่าล้านบาท แต่ยืนยันว่า ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพราะคดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีนี้ ดีเอสไอมีอำนาจที่จะยึดอายัดทรัพย์ได้อีก

นายปิยะศิริ กล่าวด้วยว่า สำหรับดารานักแสดงที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอนั้น เรายังไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดคดีแชร์แม่มณี แต่ยืนยันไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นใคร ถ้ามีพฤติกรรมเข้าข่ายลักษณะเป็นแม่ทีม แม่สาย เราต้องแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน ในส่วนของดารานักแสดงที่รับงานว่าจ้างรีวิวสินค้าโดยสุจริตนั้นไม่ผิด แต่ต้องดูว่านอกเหนือจากข้อตกลงดังกล่าวมีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ มีลักษณะเข้าไปโน้มน้าวชักชวน หรือตัวเองเข้าไปมีส่วนให้ประชาชนหลงเชื่อ นอกจากตัวสินค้าด้วยหรือไม่

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการ ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวภายหลังการรับสำนวนคดีแชร์แม่มณีจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ว่า อัยการได้รับสำนวนคดีสำคัญจากดีเอสไอ กล่าวหาแม่มณีกับพวกรวม 10 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ โดยสำนวนเอกสารมีจำนวน 47 ลัง 110,982 แผ่น วันเวลาเกิดเหตุระหว่างวันที่ 1 มี.ค.- 30 ต.ค. 2562 ทุนทรัพย์ที่เสียหาย 1,376,215,359.74 บาท จำนวนผู้เสียหาย 2,553 คน

นายประยุทธ กล่าวต่อไปว่า นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ได้จ่ายสำนวนไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ ประกอบทั้งมีพยานหลักฐานเอกสารเป็นจำนวนมาก จึงมีคำสั่งให้พิจารณาในรูปแบบคณะทำงาน โดยหลังจากนี้ทางคณะทำงานอัยการก็จะพิจารณาสำนวนที่ได้รับจากดีเอสไอ ก่อนที่จะมีการนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง คดีนี้มีจะครบฝากขังผู้ต้องหาที่ 1-2 ครั้งที่ 6 ในวันที่ 14 ม.ค. 2563 ซึ่งตามกฎหมายจะฝากขังผู้ต้องหาได้ถึงครั้งที่ 7 ในวันที่ 26 ม.ค. 2563 ทางคณะทำงานอัยการก็จะเร่งพิจารณาสำนวน

ส่วนจะทันกรอบเวลาฝากขังครั้งสุดท้ายหรือไม่นั้น นายประยุทธ กล่าวว่า ต้องให้เวลาคณะทำงานพิจารณาสำนวนโดยละเอียด เนื่องจากคดีนี้มีพยานเอกสารนับแสนแผ่น ถึงแม้เอกสารจะเยอะ แต่ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือ กู้ยืมเงินฯ ซึ่งความผิดเหล่านี้อัยการมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสำนวนและร่างฟ้อง เพียงแต่เอกสารจำนวนมาก ผู้เสียหายจำนวนมาก ทุนทรัพย์สูง อาจต้องดูรายละเอียด แต่ในแง่ข้อกฎหมาย อัยการเราเชี่ยวชาญ

นายประยุทธ กล่าวด้วยว่า ในวันนี้พนักงานสอบสวนยังได้นำตัวผู้ต้องหาที่ 9-10 ที่ไม่ถูกฝากขังมารายงานตัว อัยการได้ให้รายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 14 ม.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาที่ 1-2 ส่วนสาเหตุที่ผู้ต้องหาที่ 9-10 ไม่ถูกยื่นฝากขัง เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก และเมื่อส่งสำนวนผู้ต้องหาก็เดินทางมาพบอัยการ ตามหลักต้องปล่อยชั่วคราวตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้ต่อสู้คดีเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 10 ราย ประกอบด้วย น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช, นายเมธี ชิณภา, นายปิยะ คีรีสุวรรณกุล, น.ส.พรสวรรค์ ภูอินอ้อย, น.ส.สุพรรณี นิกรกุล ผู้ต้องหาที่ 1-5 ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ส่วน นายธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช, น.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์, น.ส.นิตยา พินนอก, นายบริภัทร เข็มรัตน์ และ นายปิยะเศรษฐ์ ธิโสภา ผู้ต้องหาที่ 6-10 ถูกแจ้ง 2 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

Skip to toolbar