ทรัมป์พลิกบทสั่งแซงก์ชันรอบใหม่แทนใช้อาวุธ ชี้เตหะรานเย็นลง-ยัน“โซไลมานี”ควรถูกสังหาร

ใช้เวลาอ่าน: < 1 นาที
ในการปราศรัยที่มีการถ่ายทอดสดทางทีวีไปทั่วโลกเมื่อวันพุธ (8) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการแซงก์ชันทางเศรษฐกิจตอบโต้ที่เตหะรานถล่มฐานทัพอเมริกันในอิรัก
ในการปราศรัยที่มีการถ่ายทอดสดทางทีวีไปทั่วโลกเมื่อวันพุธ (8) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการแซงก์ชันทางเศรษฐกิจตอบโต้ที่เตหะรานถล่มฐานทัพอเมริกันในอิรัก

เอเจนซีส์ – สถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่างอเมริกากับอิหร่านผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน หลังทรัมป์ประกาศใช้มาตรการแซงก์ชันทางเศรษฐกิจตอบโต้ที่เตหะรานถล่มฐานทัพอเมริกันในอิรัก พร้อมระบุว่า อิหร่านดูเย็นลง แต่ยังยืนยันความชอบธรรมในการสังหารโซไลมานี ขณะที่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ อ้างข้อมูลข่าวกรองว่า อิหร่านสั่งให้กองกำลังที่สวามิภักดิ์ระงับการโจมตีผลประโยชน์หรือพลเมืองอเมริกัน ขณะที่ทางเตหะรานยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับแถลงการ์ของประมุขทำเนียบขาว

ในการปราศรัยที่มีการถ่ายทอดสดทางทีวีไปทั่วโลกเมื่อวันพุธ (8) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า ไม่มีพลเมืองอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่านด้วยขีปนาวุธแบบทิ้งตัว 16 ลูกต่อฐานทัพของสหรัฐฯ 2 แห่งในอิรักเมื่อช่วงเช้าตรู่วันเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ให้สัญญาตอบโต้ด้วยการแซงก์ชันทางเศรษฐกิจระลอกใหม่ทันทีเพื่อตอบโต้ความก้าวร้าวของอิหร่าน แต่ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความยินดีที่ภายหลังการโจมตีดังกล่าวเพื่อตอบโต้ที่อเมริกาปลิดชีพนายพลกาเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ของอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (3) เตหะรานมีท่าทีสงบลง ซึ่งถือเป็นผลดีสำหรับทุกฝ่าย

การปราศรัยดังกล่าวทำให้สถานการณ์การเผชิญหน้าที่ดูเหมือนไร้การควบคุมกลับผ่อนคลายลง กระนั้น ทรัมป์ยืนกรานว่า โซไลมานีถือเป็นผู้ก่อการร้ายตัวเอ้ของโลกที่สมควรถูกปลิดชีพมานานแล้ว

นอกจากนั้นแม้ปิดการปราศรัยด้วยการเรียกร้องสันติภาพ แต่ทรัมป์ประกาศว่า จะไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด ทั้งยังเรียกร้องให้มหาอำนาจอื่นๆ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ 2015 เพื่อร่างข้อตกลงใหม่ ตามอเมริกาที่ฉีกสัญญาเมื่อปี 2018 ก่อนฟื้นมาตรการแซงก์ชันเตหะรานในปีต่อมาอันเป็นจุดเริ่มต้นของความตึงเครียดระหว่างสองชาติ

ทางด้านอิหร่านยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปราศรัยของทรัมป์ ทว่า ก่อนหน้านั้นอยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ก่อนหน้านี้ให้คำมั่นว่า จะล้างแค้นให้โซไลมานี ปราศรัยต่อประชาชนโดยระบุว่า การโจมตีฐานทัพอากาศเอน อัล-อาซัดและฐานทัพอีกแห่งของสหรัฐฯ ในอิรัก เป็นการตบหน้าวอชิงตัน พร้อมส่งสัญญาณว่า การโจมตียังไม่จบเพียงเท่านั้น

สอดคล้องกับความคิดเห็นของพลเอกมาร์ก มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมทางทหารของสหรัฐฯ ที่ไม่เชื่อว่า อิหร่านไม่คิดสังหารคนอเมริกันด้วยการประเคนขีปนาวุธกว่าสิบลูกเมื่อเช้าวันพุธ และสำทับว่า ตนและนายทหารคนอื่นๆ คาดการณ์ว่า กองกำลังชีอะต์ในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน จะเดินหน้าโจมตีกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยอเมริกาในอิรักและซีเรียต่อไป

นอกจากนั้นในวันพุธยังมีจรวดปริศนาสองลูกยิงเข้าไปในกรีนโซน ซึ่งเป็นเขตที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดในกรุงแบกแดดของอิรักและเป็นที่ตั้งสถานทูตอเมริกันและสถานทูตของหลายชาติ อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งยังไม่มีใครหรือกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบ

ขณะที่ประธานาธิบดีบาร์ฮัม ซาเลห์ของอิรัก ประกาศว่า อิรักไม่ใช่สนามรบสำหรับคู่สงคราม

กระนั้น มาจิด ตักต์ ราวานชี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ได้ส่งจดหมายถึงอันโตนิโอ กูเตียเรส เลขาธิการยูเอ็น ยืนยันว่า แม้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอเมริกันในอิรัก แต่อิหร่านเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนของอิรัก และเสริมว่า การโจมตีมีความแม่นยำและพุ่งเป้าหมายที่ผลประโยชน์ทางทหารเท่านั้น จึงไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อพลเรือนและทรัพย์สินของประชาชนในบริเวณนั้นแต่อย่างใด

ราวานซีสำทับว่า อิหร่านยังคงมุ่งมั่นในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมทั้งไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามกลายเป็นสงคราม

การเผชิญหน้าระหว่างอเมริกากับอิหร่านยังสร้างความกังวลอย่างยิ่งต่อเหล่าปรปักษ์ภายในประเทศของทรัมป์ โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ควบคุมโดยพรรคเดโมแครต กำหนดให้มีการโหวตเพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการประกาศสงครามกับอิหร่านโดยไม่ขออนุมัติจากรัฐสภาในวันพฤหัสฯ (9) ทั้งนี้ เพื่อให้พลเมืองอเมริกันปลอดภัย และผ่อนคลายการเผชิญหน้ากับอิหร่าน รวมทั้งรับประกันเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี มาร์ก เอสเพอร์ รัฐมนตรีกลาโหม ยืนยันว่า การสังหารโซไลมานีทำให้อเมริกาสามารถฟื้นการป้องปรามอิหร่านได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนั้น เคลลี่ คราฟต์ เอกอัครราชทูตอเมริกันประจำยูเอ็น ยังยืนยันต่อคณะมนตรีความมั่นคงอว่า การสังหารโซไลมานีเป็นการป้องกันตัว และสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมตามความจำเป็นเพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่และผลประโยชน์ของตนในตะวันออกกลาง

คราฟต์สำทับว่า อเมริกาพร้อมเจรจาโดยปราศจากเงื่อนไขล่วงหน้ากับอิหร่าน

ขณะเดียวกัน รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการซีบีเอส อีฟนิ่ง นิวส์ว่า ได้รับข้อมูลข่าวกรองว่า อิหร่านส่งข้อความให้กองกำลังที่สวามิภักดิ์ระงับการโจมตีผลประโยชน์หรือพลเมืองอเมริกัน

Skip to toolbar